ตรวจเทียบกับ USA Pickleball Official Rulebook ฉบับ 2026 เมื่อ 25 กันยายน 2569 · เลขข้อในวงเล็บ เช่น (Rule 7.C) คือเลขข้อตามฉบับ 2026
กติกาพิคเคิลบอลมี 5 เสาหลัก ที่ต้องรู้ก่อนลงสนาม: การเสิร์ฟ, Two-Bounce Rule (ลูกเสิร์ฟและลูกรับต้องเด้งอย่างละ 1 ครั้งก่อนตีกลับ), กฎ Kitchen (ห้ามวอลเลย์ขณะแตะโซน NVZ), การนับคะแนน (ได้แต้มเฉพาะฝ่ายที่เสิร์ฟ) และ Fault (สิ่งที่ทำให้ rally จบ)
เสิร์ฟให้ถูกกฎ: ไม้ต้องเคลื่อนขึ้นเป็นส่วนโค้งชัดเจนและลูกต้องอยู่ต่ำกว่าระดับเอวขณะสัมผัสไม้ (Volley Serve) หรือปล่อยลูกให้เด้งพื้นก่อนตี (Drop Serve) แล้วเสิร์ฟเฉียงข้ามตาข่าย ให้พ้น Kitchen ไปตกในช่องรับฝั่งตรงข้าม
Doubles เริ่มด้วย “0-0-2” ประกาศ 3 ตัวเลข: คะแนนทีมเสิร์ฟ – คะแนนทีมรับ – หมายเลข Server ผู้เล่นที่ได้เสิร์ฟก่อนของทีมยืนขวาเมื่อคะแนนทีมเป็นเลขคู่ และยืนซ้ายเมื่อเป็นเลขคี่ ส่วนคู่หูอยู่ฝั่งตรงข้ามเสมอ
Kitchen: เดินเข้ายืนได้ตลอด แต่ห้ามวอลเลย์ขณะที่ตัวหรืออุปกรณ์แตะโซนนี้ (รวมแรงส่งหลังตี หรือ Momentum) และหลังออกจาก Kitchen ต้องให้เท้าทั้งสองแตะพื้นนอกโซนก่อนจึงวอลเลย์ได้
เกมมาตรฐานเล่นถึง 11 แต้ม และต้องนำห่างอย่างน้อย 2 แต้ม
กติกาพิคเคิลบอลเรียนรู้ได้เร็วกว่าที่คิด แต่คำว่า “เล่นๆ ไปเดี๋ยวก็จำได้เอง” จริงแค่ครึ่งเดียวครับ ภาพรวมเข้าใจได้ตั้งแต่วันแรก ส่วนรายละเอียดที่ทำให้เล่นได้ถูกต้องเป๊ะ อย่างการนับคะแนน Doubles, โซน Kitchen และ Fault มักเป็นจุดที่มือใหม่สับสนและต้องปรับตัวอยู่นาน บทความนี้รวมทุกกติกาที่ต้องรู้ไว้ในที่เดียว พร้อมเลขข้อตามตัวบทของ USA Pickleball ให้เปิดเทียบเองได้ อ่านจบแล้วลงสนามได้โดยไม่ต้องหยุดถามเพื่อนทุกแต้ม ถ้าเพิ่งรู้จักกีฬานี้ ให้เริ่มจากพิคเคิลบอลคืออะไรก่อนก็ได้
ภาพรวมกติกาพิคเคิลบอลและผังสนาม
พิคเคิลบอลเล่นได้ทั้ง Singles (1 ต่อ 1) และ Doubles (2 ต่อ 2) บนสนามกว้าง 20 ฟุต ยาว 44 ฟุต (ราว 6.1 × 13.4 เมตร) ใช้ตาข่ายแบบเทนนิส กติกาพื้นฐานของทั้งสองรูปแบบเหมือนกัน ต่างกันหลักๆ ที่ระบบผู้เสิร์ฟและวิธีประกาศคะแนน เกมมาตรฐานเล่นถึง 11 แต้มและต้องนำห่าง 2 แต้ม โดยแต้มเกิดขึ้นได้เฉพาะตอนที่ฝ่ายเสิร์ฟชนะ rally (Rule 4.A) ฝ่ายรับไม่ได้แต้ม แต่ชนะ rally เพื่อแย่งสิทธิ์เสิร์ฟมาเป็นของตัวเอง
ผังสนามมาตรฐาน (ไม่ได้ตามมาตราส่วน) · อ้างอิง USA Pickleball Official Rulebook 2026, Rule 3.A.4
ส่วนประกอบของสนามที่กติกาอ้างถึงบ่อยมี 3 อย่าง: Kitchen คือโซนห้ามวอลเลย์ 7 ฟุตติดตาข่าย, ช่องรับ (Service Court) คือพื้นที่ระหว่าง Kitchen กับ baseline ที่ลูกเสิร์ฟต้องตกลง และ พื้นที่เสิร์ฟ (Serving Area) คือพื้นที่หลัง baseline ที่ผู้เสิร์ฟต้องยืน เส้น baseline เส้นข้าง และเส้นกลางนับเป็นส่วนของช่องรับ ส่วนเส้น Kitchen นับเป็นส่วนของ Kitchen (Rule 3.A.4) ดูตัวเลขครบทุกส่วนได้ในขนาดสนามพิคเคิลบอล
1. กฎการเสิร์ฟ: จุดเริ่มต้นของทุก rally
การเสิร์ฟทำได้ 2 แบบ คือ Volley Serve (ตีลูกที่ปล่อยจากมือก่อนลูกแตะพื้น — Rule 7.C) และ Drop Serve (ปล่อยลูกให้เด้งพื้นก่อนแล้วจึงตี — Rule 7.D) ทั้งสองแบบต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องท่ายืน การปล่อยลูก และจุดที่ลูกตกเหมือนกัน
Volley Serve: 3 เงื่อนไขที่ต้อง “ชัดเจน”
- ไม้เคลื่อนขึ้นเป็นส่วนโค้ง (upward arc) อย่างชัดเจนขณะสัมผัสลูก (Rule 7.C.1)
- หัวไม้ไม่สูงกว่าข้อมือ — จุดสูงสุดของหัวไม้ต้องไม่สูงกว่าจุดสูงสุดของข้อมือผู้เสิร์ฟขณะสัมผัสลูก (Rule 7.C.2)
- ลูกต่ำกว่าระดับเอว — ลูกต้องอยู่ต่ำกว่าเอวของผู้เสิร์ฟขณะไม้สัมผัสลูก (Rule 7.C.3)
- ตีด้วย forehand หรือ backhand ก็ได้ (Rule 7.C.4) ถ้าฝ่าฝืนสามข้อแรกถือเป็น fault ต่อผู้เสิร์ฟ (Rule 7.C.5)
ฉบับ 2026 เพิ่มคำว่า “ชัดเจน (clearly)” เข้าไปในเงื่อนไขเหล่านี้ เพื่อจัดการกับการเสิร์ฟ “แบบแบน” ที่ไม้ไม่ได้เคลื่อนขึ้นจริง (Change Document ข้อ 23)
Drop Serve: ทางเลือกที่ง่ายกว่าสำหรับมือใหม่
Drop Serve คือการปล่อยลูกให้เด้งพื้นแล้วจึงตี ไม่ต้องทำตามเงื่อนไขไม้ขึ้นเป็นส่วนโค้ง หัวไม้ หรือความสูงระดับเอวของ Volley Serve แต่ต้องปล่อยลูกจากความสูงตามธรรมชาติโดยห้ามส่งแรงให้ลูก (Rule 7.D.1, 7.D.2) ก่อนตีจะให้ลูกเด้งกี่ครั้งหรือเด้งตรงจุดไหนก็ได้ (Rule 7.D.3, 7.D.4) เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่แม่นจังหวะ underhand สำหรับท่าตีทีละขั้นตอนอ่านต่อที่กติกาและวิธีเสิร์ฟสำหรับมือใหม่
ตำแหน่งยืนและการปล่อยลูก
- ต้องมีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างแตะพื้นในพื้นที่เสิร์ฟ — กระโดดเสิร์ฟจนเท้าทั้งสองลอยพ้นพื้นเป็น fault (Rule 7.A.1)
- เท้าทั้งสองห้ามแตะสนาม รวมถึงเส้น baseline ขณะตีเสิร์ฟ ต้องอยู่ด้านหลังเส้น (Rule 7.A.2)
- เท้าห้ามแตะพื้นนอกพื้นที่เสิร์ฟ — พื้นที่เสิร์ฟคือด้านหลัง baseline ระหว่างเส้นสมมติที่ต่อจากเส้นข้างและเส้นกลาง (Rule 7.A.3, 3.A.4.g)
- ปล่อยลูกด้วยมือเดียวหรือด้วยไม้เท่านั้น ห้ามใส่สปินให้ลูกก่อนตี (ปล่อยให้ลูกกลิ้งลงจากหน้าไม้เองได้) และผู้รับต้องมองเห็นการปล่อยลูก ถ้าไม่เห็นหรือเห็นการใส่สปิน ผู้รับขอ replay ได้ก่อนตีลูกกลับ (Rule 7.B)
ลูกเสิร์ฟต้องลงตรงไหน
- เสิร์ฟเฉียงข้ามสนาม ไปยังช่องรับที่อยู่ตรงข้ามแนวทแยง (Rule 7.E)
- ต้องข้าม Kitchen ของฝั่งตรงข้ามและตกในช่องรับที่ถูกต้อง ลูกที่ตกใน Kitchen หรือบนเส้น Kitchen เป็น fault (Rule 7.E.2, 8.C)
- แตะตาข่ายแล้วข้ามได้ ถ้าลูกตกช่องที่ถูกต้อง เล่นต่อทันทีโดยไม่ replay แต่ลูกเสิร์ฟที่แตะเสาหรืออุปกรณ์ยึดตาข่ายเป็น fault (Rule 13.B.1)
- ประกาศคะแนนให้ครบก่อนตีเสิร์ฟ — ตีเสิร์ฟขณะกำลังประกาศเป็น fault (Rule 6.C.1) และต้องเสิร์ฟภายใน 10 วินาทีหลังประกาศจบ (Rule 6.D)
2. Two-Bounce Rule: กฎที่ทุกคนลืมในช่วงแรก
Two-Bounce Rule (Rule 10.A) กำหนดว่า ลูกเสิร์ฟและลูกที่ฝ่ายรับตีกลับมา ต้องเด้งพื้นอย่างละ 1 ครั้งก่อนจะถูกตีกลับ ฝ่ายรับต้องปล่อยให้ลูกเสิร์ฟเด้งก่อน (ฝ่าฝืน = fault ต่อฝ่ายรับ — Rule 10.A.1) และฝ่ายเสิร์ฟต้องปล่อยให้ลูกที่ตีกลับมาเด้งก่อน (ฝ่าฝืน = fault ต่อฝ่ายเสิร์ฟ — Rule 10.A.2) หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายวอลเลย์ได้อย่างอิสระ (นอกโซน Kitchen) ลำดับเป็นดังนี้:
- A เสิร์ฟ → ลูกเด้งฝั่ง B → B ตีกลับ (ห้ามวอลเลย์ลูกเสิร์ฟ)
- ลูกเด้งฝั่ง A → A ตีกลับ (ห้ามวอลเลย์ลูกที่ B ตีกลับมา)
- ตั้งแต่ลูกที่สามเป็นต้นไป ทั้งสองฝ่ายวอลเลย์ได้
ผลของกฎนี้คือฝ่ายเสิร์ฟไม่สามารถพุ่งขึ้นหน้าตาข่ายแล้ววอลเลย์ปิดแต้มได้ทันที ทั้งสองฝ่ายจึงมีเวลาเข้าตำแหน่ง และเป็นเหตุผลที่ฝ่ายเสิร์ฟต้องอาศัยThird Shot Drop เพื่อขึ้นไปยืนที่ Kitchen line ให้ได้อย่างปลอดภัยหลังลูกเด้งครบสองฝั่งแล้ว
3. กฎ Kitchen (Non-Volley Zone): เขตห้ามวอลเลย์
Kitchen หรือ Non-Volley Zone (NVZ) คือพื้นที่ 7 × 20 ฟุต (2.13 × 6.08 เมตร) ติดตาข่ายทั้งสองฝั่ง เส้นที่ล้อมรอบโซนนับเป็นส่วนหนึ่งของ Kitchen และ Kitchen เป็นพื้นที่แบน 2 มิติ ไม่รวมอากาศเหนือพื้น (Rule 3.A.4.c) สำหรับทุก edge case ที่พบบนสนามจริง อ่านได้ที่บทความKitchen Rule พิคเคิลบอล ส่วนด้านล่างคือหลักการที่ทุกคนต้องรู้ (Rule 11.A):
ทำอะไรได้ใน Kitchen
- เดินเข้าไปยืนหรือแตะพื้น Kitchen ได้ตลอดเวลา ยกเว้นขณะกำลังวอลเลย์
- ตีลูกที่เด้งพื้นแล้วจากใน Kitchen ได้ ผู้เล่นที่ชำนาญใช้วิธีนี้ตี Dink Shot โต้กันข้ามตาข่าย ซึ่งเป็นจุดที่เกมพิคเคิลบอลต่างจากกีฬาแร็กเกตอื่นโดยสิ้นเชิง
- ยืนอยู่ใน Kitchen ต่อหลังตีลูกที่เด้งแล้วได้ ไม่มีกฎบังคับให้ออก
- ยื่นแขนหรือไม้ผ่านอากาศเหนือ Kitchen ได้ ตราบใดที่ไม่สัมผัสพื้นหรือเส้นของโซน
ทำอะไรไม่ได้ใน Kitchen
- วอลเลย์ขณะแตะโซน — ตัวผู้เล่น เสื้อผ้า ไม้ หรืออุปกรณ์ที่ถือหรือสวมอยู่แตะพื้นหรือเส้น Kitchen ขณะวอลเลย์ รวมถึงกรณีที่คู่หูแตะ Kitchen อยู่แล้วมาสัมผัสตัวคุณขณะที่คุณวอลเลย์ (Rule 11.A.1)
- Momentum พาเข้า Kitchen — แรงส่งหลังวอลเลย์พาให้ตัวหรือสิ่งที่ติดตัวแตะ Kitchen หรือแตะคู่หูที่แตะ Kitchen อยู่ แม้ลูกจะตายไปแล้ว (Rule 11.A.2)
- ออกจาก Kitchen ไม่หมดก่อนวอลเลย์ — หลังแตะ Kitchen แล้ว ต้องให้เท้าทั้งสองข้างแตะพื้นนอกโซนทั้งหมดก่อนจึงวอลเลย์ได้ (Rule 11.A.3)
กฎ Momentum: ส่วนที่มือใหม่ไม่รู้จัก
ช่วงที่นับว่า “กำลังวอลเลย์” เริ่มตั้งแต่ตีลูกกลางอากาศก่อนเด้ง และสิ้นสุดเมื่อการเคลื่อนไหวจากแรงส่งหลังตีหยุดลง (นิยามศัพท์ “Volleying, Act of”) ดังนั้นกระโดดวอลเลย์แล้วตกลงใน Kitchen, ก้าวเข้า Kitchen ตามแรงส่ง หรือชนคู่หูที่ยืนอยู่ใน Kitchen จึงเป็น fault ทั้งหมด โดยปกติ fault เกิดได้เฉพาะตอนที่ลูกยังไม่ตาย แต่ Momentum เป็นข้อยกเว้นที่นับแม้ลูกตายแล้ว (Rule 9.B.1) สรุปง่ายๆ: ก่อนวอลเลย์ ให้ยืนห่างเส้น Kitchen พอที่แรงส่งจะไม่พาเข้าไป
ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ Kitchen
4. การนับคะแนน: ส่วนที่งงมากที่สุด
หลักการที่ต้องจำก่อนคือ แต้มเกิดขึ้นเฉพาะฝ่ายเสิร์ฟ (Rule 4.A) และเมื่อผู้เสิร์ฟเสีย rally สิทธิ์เสิร์ฟจะเปลี่ยนมือ (Side Out) ส่วนวิธีประกาศคะแนนต่างกันตามรูปแบบเกม (Rule 6.B) เมื่อเข้าใจหลักแล้วจะไม่ลืมอีก ถ้าอยากเจาะลึกเรื่องการนับคะแนนอย่างเดียว พร้อมตัวอย่างสกอร์จากแมตช์จริง อ่านต่อที่การนับคะแนนพิคเคิลบอล: Side-Out, 0-0-2 และตัวอย่างแมตช์จริง
Singles: ประกาศ 2 ตัวเลข
ประกาศคะแนนผู้เสิร์ฟ แล้วตามด้วยคะแนนผู้รับ ตอนเริ่มเกมประกาศ “zero – zero” (Rule 6.B.1) ตำแหน่งเสิร์ฟดูจากคะแนนของผู้เสิร์ฟ: เป็น 0 หรือเลขคู่ เสิร์ฟจากฝั่งขวา เลขคี่ เสิร์ฟจากฝั่งซ้าย และสลับฝั่งทุกครั้งที่ได้แต้ม จนกว่าจะเสีย rally (Rule 5.A)
Doubles: ประกาศ 3 ตัวเลข
ลำดับที่ถูกต้องคือ คะแนนทีมเสิร์ฟ – คะแนนทีมรับ – หมายเลข Server (1 หรือ 2) (Rule 6.B.2) เช่น “4-2-1” หมายความว่าทีมเสิร์ฟมี 4 แต้ม ทีมรับมี 2 แต้ม และผู้เสิร์ฟคือ Server 1 ของรอบนี้
| ตัวเลข | หมายถึง | ตัวอย่าง “4-2-1” |
|---|---|---|
| ตัวที่ 1 | คะแนนทีมที่กำลังเสิร์ฟ | 4 แต้ม |
| ตัวที่ 2 | คะแนนทีมที่กำลังรับ | 2 แต้ม |
| ตัวที่ 3 | หมายเลข Server ของทีมเสิร์ฟ (1 หรือ 2) | Server 1 |
ทำไมเริ่มต้นที่ “0-0-2”?
ปกติแต่ละรอบการเสิร์ฟของทีม Doubles จะมีผู้เสิร์ฟ 2 คน (Server 1 แล้วต่อด้วย Server 2) แต่ตอนเริ่มเกม ทีมที่ได้เสิร์ฟก่อนจะได้เสิร์ฟเพียงคนเดียว โดยผู้เริ่มเสิร์ฟ (Starting Server) ถูกนับเป็น Server 2 ตั้งแต่แรก จึงประกาศ “0-0-2” และถ้าทีมนั้นเสีย rally จะเกิด Side Out ทันที (Rule 5.B, 5.B.2, 6.B.2)
ตำแหน่งยืนตามคะแนน: ทำไมคู่หูอยู่ฝั่งตรงข้ามเสมอ
กฎจำง่ายที่ได้ยินบ่อยคือ “คะแนนคู่ยืนขวา คะแนนคี่ยืนซ้าย” กฎนี้ถูกเป๊ะสำหรับ Singles แต่ใน Doubles ใช้กับ Starting Server (ผู้เล่นที่ได้เสิร์ฟคนแรกของทีมตั้งแต่เริ่มเกมนั้น) เท่านั้น ตัวกติการะบุว่า Starting Server อยู่ฝั่งขวาเมื่อคะแนนทีมเป็น 0 หรือเลขคู่ และอยู่ฝั่งซ้ายเมื่อเป็นเลขคี่ ส่วนคู่หูอยู่ฝั่งตรงข้ามเสมอ (Rule 5.B.3) เพราะตำแหน่งผูกกับคะแนนทีม ทุกครั้งที่ทีมเสิร์ฟได้แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีมจึงต้องสลับฝั่งกัน ตัวอย่างต่อไปนี้จำลอง 10 rally แรกของเกม Doubles ให้เห็นภาพ:
| Rally | เกิดอะไรขึ้น | คะแนนที่ประกาศก่อนเสิร์ฟถัดไป | ผู้เสิร์ฟ | ยืนฝั่ง |
|---|---|---|---|---|
| เริ่มเกม | ทีม A ได้เสิร์ฟก่อน A1 คือ Starting Server ของทีม A (ยืนขวา) และถูกนับเป็น Server 2 ตั้งแต่แรก ส่วน B1 คือ Starting Server ของทีม B | 0-0-2 | A1 | ขวา |
| 1 | ทีม A ชนะ rally ได้ 1 แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีม A สลับฝั่งกัน | 1-0-2 | A1 | ซ้าย |
| 2 | A1 เสีย rally ในฐานะ Server 2 เกิด Side Out สิทธิ์เสิร์ฟไปที่ทีม B ผู้เล่นที่ยืนขวาคือ B1 จึงเป็น Server 1 | 0-1-1 | B1 | ขวา |
| 3 | ทีม B ชนะ rally ได้ 1 แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีม B สลับฝั่งกัน | 1-1-1 | B1 | ซ้าย |
| 4 | ทีม B ชนะ rally ได้ 1 แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีม B สลับฝั่งกัน | 2-1-1 | B1 | ขวา |
| 5 | B1 เสีย rally สิทธิ์เสิร์ฟส่งต่อให้คู่หูคือ B2 (ไม่มีการสลับฝั่ง) | 2-1-2 | B2 | ซ้าย |
| 6 | ทีม B ชนะ rally ได้ 1 แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีม B สลับฝั่งกัน | 3-1-2 | B2 | ขวา |
| 7 | B2 เสีย rally ในฐานะ Server 2 เกิด Side Out สิทธิ์เสิร์ฟไปที่ทีม A ผู้เล่นที่ยืนขวาคือ A2 จึงเป็น Server 1 | 1-3-1 | A2 | ขวา |
| 8 | A2 เสีย rally สิทธิ์เสิร์ฟส่งต่อให้คู่หูคือ A1 (ไม่มีการสลับฝั่ง) | 1-3-2 | A1 | ซ้าย |
| 9 | ทีม A ชนะ rally ได้ 1 แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีม A สลับฝั่งกัน | 2-3-2 | A1 | ขวา |
| 10 | A1 เสีย rally ในฐานะ Server 2 เกิด Side Out สิทธิ์เสิร์ฟไปที่ทีม B ผู้เล่นที่ยืนขวาคือ B2 จึงเป็น Server 1 | 3-2-1 | B2 | ขวา |
สังเกตแถว rally ที่ 5 และ 6: B2 ซึ่งเป็นคู่หูของ B1 (Starting Server ของทีม B) เสิร์ฟจากฝั่งซ้ายตอนคะแนนทีมเป็น 2 (เลขคู่) และจากฝั่งขวาตอนเป็น 3 (เลขคี่) ตรงข้ามกับ B1 ตามกฎข้างต้น พอเข้าใจระบบคะแนนแล้ว ก้าวต่อไปคือการเรียนรู้กลยุทธ์ดับเบิลส์ เช่น return and run, serve and stay และ third shot tactics ที่จะทำให้เกมดีขึ้นทันที ส่วนคำอย่าง Side Out หรือ Server 1 ดูความหมายเพิ่มได้ที่ศัพท์พิคเคิลบอล
5. Fault คืออะไร? รายการฉบับสมบูรณ์
Fault คือการละเมิดกติกาที่ทำให้ลูกตายและเสีย rally ถ้าฝ่ายเสิร์ฟทำ fault จะเสียสิทธิ์เสิร์ฟ (ส่งต่อให้คู่หูหรือเกิด Side Out) ถ้าฝ่ายรับทำ fault ฝ่ายเสิร์ฟได้ 1 แต้ม fault ที่พบบ่อยจัดกลุ่มได้ดังนี้:
ตอนเสิร์ฟ
- เท้าผิดตำแหน่ง: เท้าแตะสนามหรือเส้น baseline, แตะพื้นนอกพื้นที่เสิร์ฟ หรือเท้าทั้งสองลอยพ้นพื้น (Rule 7.A)
- เสิร์ฟผิดท่า: Volley Serve ที่ไม้ไม่ขึ้นเป็นส่วนโค้ง หัวไม้สูงกว่าข้อมือ หรือลูกสูงกว่าเอว (Rule 7.C.5) หรือ Drop Serve ที่ปล่อยลูกโดยส่งแรง (Rule 7.D.6)
- ลูกเสิร์ฟตกนอกช่องรับ ตกใน Kitchen หรือบนเส้น Kitchen (Rule 7.E.1, 7.E.2)
- ลูกเสิร์ฟโดนวัตถุถาวรก่อนตก หรือโดนผู้เสิร์ฟหรือคู่หู (Rule 7.E.3, 7.E.4)
- ตีเสิร์ฟขณะกำลังประกาศคะแนน หรือเสิร์ฟช้าเกิน 10 วินาที (Rule 6.C.1, 6.D.1)
ระหว่าง rally
- ละเมิด Two-Bounce Rule: วอลเลย์ลูกเสิร์ฟหรือลูกรับก่อนเด้ง (Rule 10.A)
- ปล่อยให้ลูกเด้งในฝั่งตัวเองสองครั้งก่อนตีกลับ (Rule 10.B.1)
- ตีลูกออกนอกสนาม หรือลูกไม่ข้ามตาข่าย (Rule 10.C.1, 10.C.2)
- ลูกโดนตัวผู้เล่นหรือสิ่งที่สวมใส่ ยกเว้นไม้ และมือที่ถือไม้ในส่วนใต้ข้อมือ (Rule 10.C.3)
- ตีซ้ำแบบไม่ต่อเนื่องทิศทางเดียว หรือผู้เล่นทั้งสองคนในทีมตีลูกเดียวกัน (Rule 10.D)
โซน Kitchen
- วอลเลย์ขณะแตะ Kitchen หรือเส้น Kitchen, Momentum พาเข้าโซน, และวอลเลย์ก่อนเท้าทั้งสองพ้นโซน (Rule 11.A.1–11.A.3)
ไม้และตาข่าย
- ใช้หรือถือไม้มากกว่า 1 อันขณะเล่น หรือตีลูกโดยไม่ได้ถือไม้ (Rule 12.A, 12.B)
- จับหรือพาลูกไปบนหน้าไม้ (catch or carry) (Rule 12.C)
- ตัวผู้เล่นหรือสิ่งที่สวมใส่แตะตาข่ายหรือเสาตาข่ายขณะลูกยังเล่นอยู่ (Rule 13.G)
- ล้ำเข้าไปในสนามฝั่งตรงข้าม หรือข้ามระนาบตาข่ายก่อนตีลูก (Rule 13.H, 13.I)
- ตีลูกใต้ตาข่าย หรือตีลูกผ่านช่องระหว่างตาข่ายกับเสา (Rule 13.D, 13.E)
ใครเรียก fault ได้บ้าง
- เรียกของตัวเองและคู่หู — ผู้เล่นควรเรียก fault ของตัวเองหรือคู่หูทันทีที่รู้ตัว (Rule 9.B.2)
- ฝ่ายตรงข้ามเรียกได้เฉพาะ 2 อย่าง — fault โซน Kitchen และ fault ท่ายืนเสิร์ฟ ต้องเรียกก่อนเสิร์ฟครั้งถัดไป และถ้าสองทีมเห็นไม่ตรงกันให้เล่น rally ใหม่ (Rule 9.B.3)
- fault อื่นทั้งหมด — บอกคู่แข่งได้หลัง rally จบ แต่ไม่มีอำนาจบังคับ คนที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้ตัดสินเอง (Rule 9.B.4)
Singles vs Doubles: กติกาต่างกันตรงไหน
| เกณฑ์ | Doubles | Singles |
|---|---|---|
| การประกาศคะแนน | 3 ตัวเลข (เช่น 4-2-1) | 2 ตัวเลข (เช่น 4-2) |
| คะแนนเริ่มต้นที่ประกาศ | 0-0-2 | 0-0 |
| จำนวน Server ต่อรอบ | 2 คน (ยกเว้นทีมแรกของเกมที่ได้เสิร์ฟคนเดียว) | 1 คน |
| Side Out | เมื่อ Server ทั้งสองคนของทีมเสีย rally แล้ว | เมื่อผู้เสิร์ฟเสีย rally |
| ตำแหน่งเสิร์ฟ | Starting Server ขวาเมื่อคะแนนทีมเป็นเลขคู่ ซ้ายเมื่อเป็นเลขคี่ คู่หูอยู่ฝั่งตรงข้าม (Rule 5.B.3) | ผู้เสิร์ฟขวาเมื่อคะแนนตัวเองเป็นเลขคู่ ซ้ายเมื่อเป็นเลขคี่ (Rule 5.A.1) |
| หลังเสิร์ฟได้แต้ม | ผู้เสิร์ฟกับคู่หูสลับฝั่งกัน | ผู้เสิร์ฟย้ายไปเสิร์ฟอีกฝั่ง |
ในทางปฏิบัติ Doubles เป็นรูปแบบที่คนส่วนใหญ่เล่น และเป็นรูปแบบที่ออกแบบมาให้สนุกและเหมาะกับผู้เล่นทุกระดับมากกว่า
การเรียกเส้นและมารยาทบนสนาม
ในสนามที่เล่นกันเองไม่มีกรรมการ ผู้เล่นตัดสินกันเอง กติกาจึงวางหลัก “ให้ประโยชน์แก่คู่แข่ง” ไว้ชัดเจน (Rule 8.D):
- รับผิดชอบเส้นฝั่งตัวเอง — ผู้เล่นเป็นผู้เรียก “out” สำหรับเส้นทุกเส้นฝั่งของตน (Rule 8.A) และเรียก out ได้ก็ต่อเมื่อมองเห็นช่องว่างระหว่างเส้นกับลูกชัดเจนตอนลูกตก (Rule 8.E)
- ไม่แน่ใจ ให้ถือว่า in — ลูกที่เรียก out ไม่ทันหรือสงสัยต้องถือเป็น in (Rule 8.D)
- เรียกทันทีและชัดเจน ด้วยเสียงหรือสัญญาณมือ การเรียก out ทำให้ลูกตาย (Rule 8.F)
- Doubles คู่หูเห็นไม่ตรงกัน — ให้ถือว่า in (Rule 8.H)
- ถามความเห็นฝ่ายตรงข้ามได้ ก่อนเสิร์ฟครั้งถัดไป ถ้าเขาตอบชัดเจนต้องยึดตามนั้น แต่ห้ามถามผู้ชม (Rule 8.I, 8.J)
- สัญญาณ “ยังไม่พร้อม” — ยกไม้เหนือหัว ยกมือที่ไม่ได้ถือไม้เหนือหัว หรือหันหลังให้ตาข่ายทั้งตัว ต้องทำก่อนเริ่มประกาศคะแนน (Rule 6.A)
- Hinder — ลูกอื่นกลิ้งเข้าสนามหรือสิ่งรบกวนที่ไม่ได้เกิดจากผู้เล่น ใครก็เรียกได้ และต้องเล่น rally ใหม่ (Rule 9.C)
กติกา 2026 ที่มือใหม่ควรรู้
USA Pickleball ปรับกติกาทุกปี ฉบับ 2026 มีการแก้ไขหลายจุดที่ผู้เล่นทั่วไปจะรู้สึกได้ (อ้างอิง Change Document ที่เผยแพร่ 17 ธันวาคม 2568 และแก้ไข 30 มกราคม 2569):
- เลขข้อกติกาเปลี่ยนทั้งฉบับ — เช่น Volley Serve จากเดิม Rule 4.A.7 (ฉบับ 2025) เป็น Rule 7.C ในฉบับ 2026 ถ้าอ่านบทความหรือดูคลิปที่อ้างเลขข้อของปีก่อน เลขจะไม่ตรงกับฉบับปัจจุบัน
- Volley Serve ต้อง “ชัดเจน” — เพิ่มคำว่า clearly ในเงื่อนไขไม้ขึ้นเป็นส่วนโค้ง หัวไม้ และความสูงระดับเอว (ข้อ 23)
- ประกาศคะแนนผิด — กติกาแยกกรณีชัดเจนขึ้น (Rule 6.F): หยุดก่อนฝ่ายรับตีลูกกลับ = เล่นใหม่, หยุดผิดหรือช้า = fault ต่อคนที่หยุด (ข้อ 24)
- ตีซ้ำ (Double Hit) — ตีได้มากกว่าหนึ่งครั้งเฉพาะจังหวะต่อเนื่องทิศทางเดียว และเพิ่มกรณีผู้เล่นสองคนในทีมตีลูกเดียวกันเป็น fault (Rule 10.D, ข้อ 11)
- เรียกเส้นทันที — เน้นให้เรียก out อย่างทันท่วงที (Rule 8.F, ข้อ 16) และห้ามถามผู้ชม (Rule 8.J, ข้อ 6)
FAQ: คำถามที่ถามบ่อยบนสนาม
สรุปกฎกติกาพิคเคิลบอลฉบับพกพา
| กฎ | สรุปสั้น | Rule (2026) |
|---|---|---|
| การเสิร์ฟ | Volley (ไม้ขึ้นเป็นส่วนโค้ง หัวไม้ไม่สูงกว่าข้อมือ ลูกต่ำกว่าเอว) หรือ Drop · เท้าอยู่หลัง baseline · เฉียงข้าม Kitchen | 7.A – 7.E |
| Two-Bounce Rule | ลูกเสิร์ฟและลูกรับเด้งอย่างละ 1 ครั้งก่อนตีกลับ | 10.A |
| Kitchen | ยืนได้ วอลเลย์ขณะแตะโซนไม่ได้ · ต้องพ้นโซนทั้งสองเท้าก่อนวอลเลย์ | 11.A |
| Momentum | แรงส่งพาเข้า Kitchen = fault แม้ลูกตายแล้ว | 11.A.2 |
| คะแนน Doubles | เสิร์ฟ–รับ–Server# · เริ่ม 0-0-2 | 6.B.2 |
| ตำแหน่งยืน Doubles | Starting Server คู่ = ขวา คี่ = ซ้าย · คู่หูตรงข้าม | 5.B.3 |
| จบเกม | 11 แต้ม นำห่าง 2 แต้ม | Section 1 |
| การเรียก fault | เรียกของตัวเอง · ฝ่ายตรงข้ามเรียกได้เฉพาะ Kitchen และท่ายืนเสิร์ฟ | 9.B |
กฎทั้งหมดนี้อ้างอิงจาก USA Pickleball Official Rulebook ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลกีฬาพิคเคิลบอลในสหรัฐอเมริกา บทความนี้ครอบคลุมกติกามาตรฐานสำหรับการเล่นทั่วไป (standard play) ไม่รวมกติกาเฉพาะสำหรับ wheelchair และ adaptive play (Section 25), mini-singles (Rule 14.B), Rally Scoring (Rule 14.A) และกติกาของการแข่งขันที่ USA Pickleball รับรอง (Part III)
อ่านต่อ: จากกติกาสู่การลงสนามจริง
- พิคเคิลบอล (Pickleball) คืออะไร? ประวัติ กติกาปูพื้นฐานกีฬานี้ทั้งหมดสำหรับคนที่เพิ่งเริ่ม
- การนับคะแนนพิคเคิลบอล: Side-Out, 0-0-2 และตัวอย่างแมตช์จริงเจาะลึกเรื่องคะแนนอย่างเดียว พร้อมสกอร์จากแมตช์ PPA Tour และ MLP ปี 2569
- กติกา Serve พร้อมวิธีตีที่ถูกต้องสำหรับมือใหม่ท่า Drop Serve และ Toss Serve ทีละขั้นตอน
- Kitchen Rule พิคเคิลบอล คืออะไร เข้าได้หรือเปล่า?edge case ของโซน NVZ และกฎ Momentum แบบละเอียด
- สนาม Pickleball ขนาดเท่าไหร่? ตัวเลขมาตรฐานขนาดทุกส่วนของสนามและตาข่าย
- ศัพท์เทคนิคพิคเคิลบอล ทุกคำที่ได้ยินบนสนามSide Out, Server 1, Dink และอีกมาก
- Dink Shot วิธีตีและกลยุทธ์ · Third Shot Drop วิธีตี 5 ขั้นตอน · 6 กลยุทธ์ดับเบิลส์ที่มือใหม่ต้องรู้เทคนิคที่ต่อยอดจากกฎ Two-Bounce และ Kitchen
- วิธีเลือกไม้พิคเคิลบอลให้เข้ากับสไตล์การเล่นพร้อมลงสนามแล้ว เริ่มจากเลือกไม้ที่เหมาะกับตัวเอง
- สนามพิคเคิลบอลกรุงเทพ: รวมพิกัด ราคา และวิธีจองอ่านกติกาจบแล้ว หาสนามลองเล่นจริงได้ที่นี่
เอกสารอ้างอิง
- USA Pickleball. 2026 Official Rulebook. https://usapickleball.org/docs/rules/USAP-Official-Rulebook.pdf
- USA Pickleball. 2026 Rulebook Change Document (เผยแพร่ 17 ธันวาคม 2568 แก้ไข 30 มกราคม 2569). https://usapickleball.org/docs/rules/USAP-Rulebook-Change-Document.pdf
- USA Pickleball. Rules. https://usapickleball.org/rules/
- USA Pickleball (YouTube). What is the Kitchen in Pickleball. https://www.youtube.com/watch?v=HVTQ-_vQhK8
- Dink A Lot (YouTube). Pickleball Easy: เสิร์ฟ (ตอนที่ 2), กฏ Double bounce (Two bounce), การนับคะแนน (คู่) และ (เดี่ยว). เสิร์ฟ · Two bounce · นับคะแนน (คู่) · นับคะแนน (เดี่ยว)
เลขข้อกติกาในบทความนี้ตรวจเทียบกับตัวบทฉบับ 2026 เมื่อ 25 กันยายน 2569 เลขข้ออาจเปลี่ยนเมื่อ USA Pickleball ออกฉบับใหม่ (ฉบับ 2025 ใช้เลขข้อคนละชุด)




