โค้ชพิคเคิลบอลอธิบายกติกาพื้นฐาน 5 ข้อให้ผู้เล่นมือใหม่ข้างสนาม

กติกาพิคเคิลบอล 5 ข้อ เข้าใจง่าย ตาม USA Pickleball 2026

Preview: กติกาพิคเคิลบอล v3

ตรวจเทียบกับ USA Pickleball Official Rulebook ฉบับ 2026 เมื่อ 25 กันยายน 2569 · เลขข้อในวงเล็บ เช่น (Rule 7.C) คือเลขข้อตามฉบับ 2026

สรุปสำคัญ — อ่าน 60 วินาที รู้ทุกข้อ

กติกาพิคเคิลบอลมี 5 เสาหลัก ที่ต้องรู้ก่อนลงสนาม: การเสิร์ฟ, Two-Bounce Rule (ลูกเสิร์ฟและลูกรับต้องเด้งอย่างละ 1 ครั้งก่อนตีกลับ), กฎ Kitchen (ห้ามวอลเลย์ขณะแตะโซน NVZ), การนับคะแนน (ได้แต้มเฉพาะฝ่ายที่เสิร์ฟ) และ Fault (สิ่งที่ทำให้ rally จบ)

เสิร์ฟให้ถูกกฎ: ไม้ต้องเคลื่อนขึ้นเป็นส่วนโค้งชัดเจนและลูกต้องอยู่ต่ำกว่าระดับเอวขณะสัมผัสไม้ (Volley Serve) หรือปล่อยลูกให้เด้งพื้นก่อนตี (Drop Serve) แล้วเสิร์ฟเฉียงข้ามตาข่าย ให้พ้น Kitchen ไปตกในช่องรับฝั่งตรงข้าม

Doubles เริ่มด้วย “0-0-2” ประกาศ 3 ตัวเลข: คะแนนทีมเสิร์ฟ – คะแนนทีมรับ – หมายเลข Server ผู้เล่นที่ได้เสิร์ฟก่อนของทีมยืนขวาเมื่อคะแนนทีมเป็นเลขคู่ และยืนซ้ายเมื่อเป็นเลขคี่ ส่วนคู่หูอยู่ฝั่งตรงข้ามเสมอ

Kitchen: เดินเข้ายืนได้ตลอด แต่ห้ามวอลเลย์ขณะที่ตัวหรืออุปกรณ์แตะโซนนี้ (รวมแรงส่งหลังตี หรือ Momentum) และหลังออกจาก Kitchen ต้องให้เท้าทั้งสองแตะพื้นนอกโซนก่อนจึงวอลเลย์ได้

เกมมาตรฐานเล่นถึง 11 แต้ม และต้องนำห่างอย่างน้อย 2 แต้ม

กติกาพิคเคิลบอลเรียนรู้ได้เร็วกว่าที่คิด แต่คำว่า “เล่นๆ ไปเดี๋ยวก็จำได้เอง” จริงแค่ครึ่งเดียวครับ ภาพรวมเข้าใจได้ตั้งแต่วันแรก ส่วนรายละเอียดที่ทำให้เล่นได้ถูกต้องเป๊ะ อย่างการนับคะแนน Doubles, โซน Kitchen และ Fault มักเป็นจุดที่มือใหม่สับสนและต้องปรับตัวอยู่นาน บทความนี้รวมทุกกติกาที่ต้องรู้ไว้ในที่เดียว พร้อมเลขข้อตามตัวบทของ USA Pickleball ให้เปิดเทียบเองได้ อ่านจบแล้วลงสนามได้โดยไม่ต้องหยุดถามเพื่อนทุกแต้ม ถ้าเพิ่งรู้จักกีฬานี้ ให้เริ่มจากพิคเคิลบอลคืออะไรก่อนก็ได้

ภาพรวมกติกาพิคเคิลบอลและผังสนาม

พิคเคิลบอลเล่นได้ทั้ง Singles (1 ต่อ 1) และ Doubles (2 ต่อ 2) บนสนามกว้าง 20 ฟุต ยาว 44 ฟุต (ราว 6.1 × 13.4 เมตร) ใช้ตาข่ายแบบเทนนิส กติกาพื้นฐานของทั้งสองรูปแบบเหมือนกัน ต่างกันหลักๆ ที่ระบบผู้เสิร์ฟและวิธีประกาศคะแนน เกมมาตรฐานเล่นถึง 11 แต้มและต้องนำห่าง 2 แต้ม โดยแต้มเกิดขึ้นได้เฉพาะตอนที่ฝ่ายเสิร์ฟชนะ rally (Rule 4.A) ฝ่ายรับไม่ได้แต้ม แต่ชนะ rally เพื่อแย่งสิทธิ์เสิร์ฟมาเป็นของตัวเอง

ส่วนประกอบของสนามที่กติกาอ้างถึงบ่อยมี 3 อย่าง: Kitchen คือโซนห้ามวอลเลย์ 7 ฟุตติดตาข่าย, ช่องรับ (Service Court) คือพื้นที่ระหว่าง Kitchen กับ baseline ที่ลูกเสิร์ฟต้องตกลง และ พื้นที่เสิร์ฟ (Serving Area) คือพื้นที่หลัง baseline ที่ผู้เสิร์ฟต้องยืน เส้น baseline เส้นข้าง และเส้นกลางนับเป็นส่วนของช่องรับ ส่วนเส้น Kitchen นับเป็นส่วนของ Kitchen (Rule 3.A.4) ดูตัวเลขครบทุกส่วนได้ในขนาดสนามพิคเคิลบอล

1. กฎการเสิร์ฟ: จุดเริ่มต้นของทุก rally

การเสิร์ฟทำได้ 2 แบบ คือ Volley Serve (ตีลูกที่ปล่อยจากมือก่อนลูกแตะพื้น — Rule 7.C) และ Drop Serve (ปล่อยลูกให้เด้งพื้นก่อนแล้วจึงตี — Rule 7.D) ทั้งสองแบบต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเรื่องท่ายืน การปล่อยลูก และจุดที่ลูกตกเหมือนกัน

Volley Serve: 3 เงื่อนไขที่ต้อง “ชัดเจน”

  • ไม้เคลื่อนขึ้นเป็นส่วนโค้ง (upward arc) อย่างชัดเจนขณะสัมผัสลูก (Rule 7.C.1)
  • หัวไม้ไม่สูงกว่าข้อมือ — จุดสูงสุดของหัวไม้ต้องไม่สูงกว่าจุดสูงสุดของข้อมือผู้เสิร์ฟขณะสัมผัสลูก (Rule 7.C.2)
  • ลูกต่ำกว่าระดับเอว — ลูกต้องอยู่ต่ำกว่าเอวของผู้เสิร์ฟขณะไม้สัมผัสลูก (Rule 7.C.3)
  • ตีด้วย forehand หรือ backhand ก็ได้ (Rule 7.C.4) ถ้าฝ่าฝืนสามข้อแรกถือเป็น fault ต่อผู้เสิร์ฟ (Rule 7.C.5)

ฉบับ 2026 เพิ่มคำว่า “ชัดเจน (clearly)” เข้าไปในเงื่อนไขเหล่านี้ เพื่อจัดการกับการเสิร์ฟ “แบบแบน” ที่ไม้ไม่ได้เคลื่อนขึ้นจริง (Change Document ข้อ 23)

Drop Serve: ทางเลือกที่ง่ายกว่าสำหรับมือใหม่

Drop Serve คือการปล่อยลูกให้เด้งพื้นแล้วจึงตี ไม่ต้องทำตามเงื่อนไขไม้ขึ้นเป็นส่วนโค้ง หัวไม้ หรือความสูงระดับเอวของ Volley Serve แต่ต้องปล่อยลูกจากความสูงตามธรรมชาติโดยห้ามส่งแรงให้ลูก (Rule 7.D.1, 7.D.2) ก่อนตีจะให้ลูกเด้งกี่ครั้งหรือเด้งตรงจุดไหนก็ได้ (Rule 7.D.3, 7.D.4) เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่แม่นจังหวะ underhand สำหรับท่าตีทีละขั้นตอนอ่านต่อที่กติกาและวิธีเสิร์ฟสำหรับมือใหม่

ตำแหน่งยืนและการปล่อยลูก

  • ต้องมีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างแตะพื้นในพื้นที่เสิร์ฟ — กระโดดเสิร์ฟจนเท้าทั้งสองลอยพ้นพื้นเป็น fault (Rule 7.A.1)
  • เท้าทั้งสองห้ามแตะสนาม รวมถึงเส้น baseline ขณะตีเสิร์ฟ ต้องอยู่ด้านหลังเส้น (Rule 7.A.2)
  • เท้าห้ามแตะพื้นนอกพื้นที่เสิร์ฟ — พื้นที่เสิร์ฟคือด้านหลัง baseline ระหว่างเส้นสมมติที่ต่อจากเส้นข้างและเส้นกลาง (Rule 7.A.3, 3.A.4.g)
  • ปล่อยลูกด้วยมือเดียวหรือด้วยไม้เท่านั้น ห้ามใส่สปินให้ลูกก่อนตี (ปล่อยให้ลูกกลิ้งลงจากหน้าไม้เองได้) และผู้รับต้องมองเห็นการปล่อยลูก ถ้าไม่เห็นหรือเห็นการใส่สปิน ผู้รับขอ replay ได้ก่อนตีลูกกลับ (Rule 7.B)

ลูกเสิร์ฟต้องลงตรงไหน

  • เสิร์ฟเฉียงข้ามสนาม ไปยังช่องรับที่อยู่ตรงข้ามแนวทแยง (Rule 7.E)
  • ต้องข้าม Kitchen ของฝั่งตรงข้ามและตกในช่องรับที่ถูกต้อง ลูกที่ตกใน Kitchen หรือบนเส้น Kitchen เป็น fault (Rule 7.E.2, 8.C)
  • แตะตาข่ายแล้วข้ามได้ ถ้าลูกตกช่องที่ถูกต้อง เล่นต่อทันทีโดยไม่ replay แต่ลูกเสิร์ฟที่แตะเสาหรืออุปกรณ์ยึดตาข่ายเป็น fault (Rule 13.B.1)
  • ประกาศคะแนนให้ครบก่อนตีเสิร์ฟ — ตีเสิร์ฟขณะกำลังประกาศเป็น fault (Rule 6.C.1) และต้องเสิร์ฟภายใน 10 วินาทีหลังประกาศจบ (Rule 6.D)
วิดีโอประกอบ (ภาษาไทย)Pickleball Easy | เสิร์ฟ (ตอนที่ 2)ช่อง Dink A Lot · 1 นาที 36 วินาที · อธิบายการเสิร์ฟเฉียง ลูกตกบนเส้น และลูกเสิร์ฟโดนตาข่าย
เปิดใน YouTube
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำบ่อย #1 เสิร์ฟเสร็จแล้ววิ่งเข้าไปวอลเลย์ลูกที่ฝ่ายรับตีกลับมาทันที — ผิด Two-Bounce Rule (Rule 10.A.2) วิ่งขึ้นหน้าตาข่ายได้ แต่ต้องปล่อยให้ลูกเด้งก่อนจึงตี (อ่านส่วนถัดไป)

2. Two-Bounce Rule: กฎที่ทุกคนลืมในช่วงแรก

Two-Bounce Rule (Rule 10.A) กำหนดว่า ลูกเสิร์ฟและลูกที่ฝ่ายรับตีกลับมา ต้องเด้งพื้นอย่างละ 1 ครั้งก่อนจะถูกตีกลับ ฝ่ายรับต้องปล่อยให้ลูกเสิร์ฟเด้งก่อน (ฝ่าฝืน = fault ต่อฝ่ายรับ — Rule 10.A.1) และฝ่ายเสิร์ฟต้องปล่อยให้ลูกที่ตีกลับมาเด้งก่อน (ฝ่าฝืน = fault ต่อฝ่ายเสิร์ฟ — Rule 10.A.2) หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายวอลเลย์ได้อย่างอิสระ (นอกโซน Kitchen) ลำดับเป็นดังนี้:

  • A เสิร์ฟ → ลูกเด้งฝั่ง B → B ตีกลับ (ห้ามวอลเลย์ลูกเสิร์ฟ)
  • ลูกเด้งฝั่ง A → A ตีกลับ (ห้ามวอลเลย์ลูกที่ B ตีกลับมา)
  • ตั้งแต่ลูกที่สามเป็นต้นไป ทั้งสองฝ่ายวอลเลย์ได้

ผลของกฎนี้คือฝ่ายเสิร์ฟไม่สามารถพุ่งขึ้นหน้าตาข่ายแล้ววอลเลย์ปิดแต้มได้ทันที ทั้งสองฝ่ายจึงมีเวลาเข้าตำแหน่ง และเป็นเหตุผลที่ฝ่ายเสิร์ฟต้องอาศัยThird Shot Drop เพื่อขึ้นไปยืนที่ Kitchen line ให้ได้อย่างปลอดภัยหลังลูกเด้งครบสองฝั่งแล้ว

อย่าสับสนกับ Double Bounce ในตัวบทกติกา “Double Bounce” คือกรณีที่ลูกเด้งพื้นฝั่งของคุณ 2 ครั้งโดยที่คุณยังไม่ได้ตีกลับ ซึ่งเป็น fault (Rule 10.B.1) เป็นคนละกฎกับ Two-Bounce Rule ที่อธิบายข้างต้น
วิดีโอประกอบ (ภาษาไทย)Pickleball Easy | กฏ Double bounce (Two bounce)ช่อง Dink A Lot · 1 นาที 21 วินาที · คลิปนี้เรียกกฎเดียวกับ Two-Bounce Rule ว่า Double bounce ซึ่งในตัวบทกติกา Double Bounce หมายถึงคนละกฎ (ดูกล่องด้านบน)
เปิดใน YouTube

3. กฎ Kitchen (Non-Volley Zone): เขตห้ามวอลเลย์

Kitchen หรือ Non-Volley Zone (NVZ) คือพื้นที่ 7 × 20 ฟุต (2.13 × 6.08 เมตร) ติดตาข่ายทั้งสองฝั่ง เส้นที่ล้อมรอบโซนนับเป็นส่วนหนึ่งของ Kitchen และ Kitchen เป็นพื้นที่แบน 2 มิติ ไม่รวมอากาศเหนือพื้น (Rule 3.A.4.c) สำหรับทุก edge case ที่พบบนสนามจริง อ่านได้ที่บทความKitchen Rule พิคเคิลบอล ส่วนด้านล่างคือหลักการที่ทุกคนต้องรู้ (Rule 11.A):

ทำอะไรได้ใน Kitchen

  • เดินเข้าไปยืนหรือแตะพื้น Kitchen ได้ตลอดเวลา ยกเว้นขณะกำลังวอลเลย์
  • ตีลูกที่เด้งพื้นแล้วจากใน Kitchen ได้ ผู้เล่นที่ชำนาญใช้วิธีนี้ตี Dink Shot โต้กันข้ามตาข่าย ซึ่งเป็นจุดที่เกมพิคเคิลบอลต่างจากกีฬาแร็กเกตอื่นโดยสิ้นเชิง
  • ยืนอยู่ใน Kitchen ต่อหลังตีลูกที่เด้งแล้วได้ ไม่มีกฎบังคับให้ออก
  • ยื่นแขนหรือไม้ผ่านอากาศเหนือ Kitchen ได้ ตราบใดที่ไม่สัมผัสพื้นหรือเส้นของโซน

ทำอะไรไม่ได้ใน Kitchen

  • วอลเลย์ขณะแตะโซน — ตัวผู้เล่น เสื้อผ้า ไม้ หรืออุปกรณ์ที่ถือหรือสวมอยู่แตะพื้นหรือเส้น Kitchen ขณะวอลเลย์ รวมถึงกรณีที่คู่หูแตะ Kitchen อยู่แล้วมาสัมผัสตัวคุณขณะที่คุณวอลเลย์ (Rule 11.A.1)
  • Momentum พาเข้า Kitchen — แรงส่งหลังวอลเลย์พาให้ตัวหรือสิ่งที่ติดตัวแตะ Kitchen หรือแตะคู่หูที่แตะ Kitchen อยู่ แม้ลูกจะตายไปแล้ว (Rule 11.A.2)
  • ออกจาก Kitchen ไม่หมดก่อนวอลเลย์ — หลังแตะ Kitchen แล้ว ต้องให้เท้าทั้งสองข้างแตะพื้นนอกโซนทั้งหมดก่อนจึงวอลเลย์ได้ (Rule 11.A.3)

กฎ Momentum: ส่วนที่มือใหม่ไม่รู้จัก

ช่วงที่นับว่า “กำลังวอลเลย์” เริ่มตั้งแต่ตีลูกกลางอากาศก่อนเด้ง และสิ้นสุดเมื่อการเคลื่อนไหวจากแรงส่งหลังตีหยุดลง (นิยามศัพท์ “Volleying, Act of”) ดังนั้นกระโดดวอลเลย์แล้วตกลงใน Kitchen, ก้าวเข้า Kitchen ตามแรงส่ง หรือชนคู่หูที่ยืนอยู่ใน Kitchen จึงเป็น fault ทั้งหมด โดยปกติ fault เกิดได้เฉพาะตอนที่ลูกยังไม่ตาย แต่ Momentum เป็นข้อยกเว้นที่นับแม้ลูกตายแล้ว (Rule 9.B.1) สรุปง่ายๆ: ก่อนวอลเลย์ ให้ยืนห่างเส้น Kitchen พอที่แรงส่งจะไม่พาเข้าไป

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ Kitchen

ความเชื่อผิดยืนใน Kitchen ไม่ได้เด็ดขาด
ความจริงยืนได้ตลอดเวลา ห้ามแค่วอลเลย์ขณะแตะโซน (Rule 11.A)
ความเชื่อผิดเหยียบเส้น Kitchen ได้ เพราะเส้นไม่นับ
ความจริงทุกเส้นที่ล้อมโซนนับเป็นส่วนหนึ่งของ Kitchen (Rule 3.A.4.c)
ความเชื่อผิดถ้าลูกตายแล้ว จะล้มหรือก้าวเข้า Kitchen ตามแรงส่งก็ไม่เป็นไร
ความจริงถ้าเป็นแรงส่งจากการวอลเลย์ ยังเป็น fault แม้ลูกตายแล้ว (Rule 11.A.2) ต่างจากการเดินเข้าไปเองหลังหยุดนิ่งแล้ว
ความเชื่อผิดตีลูกเด้งจาก Kitchen เสร็จ วอลเลย์ลูกต่อไปได้ทันที
ความจริงต้องให้เท้าทั้งสองแตะพื้นนอก Kitchen ทั้งหมดก่อนจึงวอลเลย์ได้ (Rule 11.A.3)
วิดีโอประกอบ (ภาษาอังกฤษ · ช่องทางการ)What is the Kitchen in Pickleball | USA Pickleballช่อง USA Pickleball · 2 นาที 36 วินาที · อัปโหลด มิ.ย. 2569 · อธิบายกฎ Kitchen และ Momentum
เปิดใน YouTube

4. การนับคะแนน: ส่วนที่งงมากที่สุด

หลักการที่ต้องจำก่อนคือ แต้มเกิดขึ้นเฉพาะฝ่ายเสิร์ฟ (Rule 4.A) และเมื่อผู้เสิร์ฟเสีย rally สิทธิ์เสิร์ฟจะเปลี่ยนมือ (Side Out) ส่วนวิธีประกาศคะแนนต่างกันตามรูปแบบเกม (Rule 6.B) เมื่อเข้าใจหลักแล้วจะไม่ลืมอีก ถ้าอยากเจาะลึกเรื่องการนับคะแนนอย่างเดียว พร้อมตัวอย่างสกอร์จากแมตช์จริง อ่านต่อที่การนับคะแนนพิคเคิลบอล: Side-Out, 0-0-2 และตัวอย่างแมตช์จริง

Singles: ประกาศ 2 ตัวเลข

ประกาศคะแนนผู้เสิร์ฟ แล้วตามด้วยคะแนนผู้รับ ตอนเริ่มเกมประกาศ “zero – zero” (Rule 6.B.1) ตำแหน่งเสิร์ฟดูจากคะแนนของผู้เสิร์ฟ: เป็น 0 หรือเลขคู่ เสิร์ฟจากฝั่งขวา เลขคี่ เสิร์ฟจากฝั่งซ้าย และสลับฝั่งทุกครั้งที่ได้แต้ม จนกว่าจะเสีย rally (Rule 5.A)

Doubles: ประกาศ 3 ตัวเลข

ลำดับที่ถูกต้องคือ คะแนนทีมเสิร์ฟ – คะแนนทีมรับ – หมายเลข Server (1 หรือ 2) (Rule 6.B.2) เช่น “4-2-1” หมายความว่าทีมเสิร์ฟมี 4 แต้ม ทีมรับมี 2 แต้ม และผู้เสิร์ฟคือ Server 1 ของรอบนี้

ตัวเลข หมายถึง ตัวอย่าง “4-2-1”
ตัวที่ 1คะแนนทีมที่กำลังเสิร์ฟ4 แต้ม
ตัวที่ 2คะแนนทีมที่กำลังรับ2 แต้ม
ตัวที่ 3หมายเลข Server ของทีมเสิร์ฟ (1 หรือ 2)Server 1

ทำไมเริ่มต้นที่ “0-0-2”?

ปกติแต่ละรอบการเสิร์ฟของทีม Doubles จะมีผู้เสิร์ฟ 2 คน (Server 1 แล้วต่อด้วย Server 2) แต่ตอนเริ่มเกม ทีมที่ได้เสิร์ฟก่อนจะได้เสิร์ฟเพียงคนเดียว โดยผู้เริ่มเสิร์ฟ (Starting Server) ถูกนับเป็น Server 2 ตั้งแต่แรก จึงประกาศ “0-0-2” และถ้าทีมนั้นเสีย rally จะเกิด Side Out ทันที (Rule 5.B, 5.B.2, 6.B.2)

ตำแหน่งยืนตามคะแนน: ทำไมคู่หูอยู่ฝั่งตรงข้ามเสมอ

กฎจำง่ายที่ได้ยินบ่อยคือ “คะแนนคู่ยืนขวา คะแนนคี่ยืนซ้าย” กฎนี้ถูกเป๊ะสำหรับ Singles แต่ใน Doubles ใช้กับ Starting Server (ผู้เล่นที่ได้เสิร์ฟคนแรกของทีมตั้งแต่เริ่มเกมนั้น) เท่านั้น ตัวกติการะบุว่า Starting Server อยู่ฝั่งขวาเมื่อคะแนนทีมเป็น 0 หรือเลขคู่ และอยู่ฝั่งซ้ายเมื่อเป็นเลขคี่ ส่วนคู่หูอยู่ฝั่งตรงข้ามเสมอ (Rule 5.B.3) เพราะตำแหน่งผูกกับคะแนนทีม ทุกครั้งที่ทีมเสิร์ฟได้แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีมจึงต้องสลับฝั่งกัน ตัวอย่างต่อไปนี้จำลอง 10 rally แรกของเกม Doubles ให้เห็นภาพ:

Rally เกิดอะไรขึ้น คะแนนที่ประกาศก่อนเสิร์ฟถัดไป ผู้เสิร์ฟ ยืนฝั่ง
เริ่มเกมทีม A ได้เสิร์ฟก่อน A1 คือ Starting Server ของทีม A (ยืนขวา) และถูกนับเป็น Server 2 ตั้งแต่แรก ส่วน B1 คือ Starting Server ของทีม B0-0-2A1ขวา
1ทีม A ชนะ rally ได้ 1 แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีม A สลับฝั่งกัน1-0-2A1ซ้าย
2A1 เสีย rally ในฐานะ Server 2 เกิด Side Out สิทธิ์เสิร์ฟไปที่ทีม B ผู้เล่นที่ยืนขวาคือ B1 จึงเป็น Server 10-1-1B1ขวา
3ทีม B ชนะ rally ได้ 1 แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีม B สลับฝั่งกัน1-1-1B1ซ้าย
4ทีม B ชนะ rally ได้ 1 แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีม B สลับฝั่งกัน2-1-1B1ขวา
5B1 เสีย rally สิทธิ์เสิร์ฟส่งต่อให้คู่หูคือ B2 (ไม่มีการสลับฝั่ง)2-1-2B2ซ้าย
6ทีม B ชนะ rally ได้ 1 แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีม B สลับฝั่งกัน3-1-2B2ขวา
7B2 เสีย rally ในฐานะ Server 2 เกิด Side Out สิทธิ์เสิร์ฟไปที่ทีม A ผู้เล่นที่ยืนขวาคือ A2 จึงเป็น Server 11-3-1A2ขวา
8A2 เสีย rally สิทธิ์เสิร์ฟส่งต่อให้คู่หูคือ A1 (ไม่มีการสลับฝั่ง)1-3-2A1ซ้าย
9ทีม A ชนะ rally ได้ 1 แต้ม ผู้เล่นทั้งสองคนของทีม A สลับฝั่งกัน2-3-2A1ขวา
10A1 เสีย rally ในฐานะ Server 2 เกิด Side Out สิทธิ์เสิร์ฟไปที่ทีม B ผู้เล่นที่ยืนขวาคือ B2 จึงเป็น Server 13-2-1B2ขวา

สังเกตแถว rally ที่ 5 และ 6: B2 ซึ่งเป็นคู่หูของ B1 (Starting Server ของทีม B) เสิร์ฟจากฝั่งซ้ายตอนคะแนนทีมเป็น 2 (เลขคู่) และจากฝั่งขวาตอนเป็น 3 (เลขคี่) ตรงข้ามกับ B1 ตามกฎข้างต้น พอเข้าใจระบบคะแนนแล้ว ก้าวต่อไปคือการเรียนรู้กลยุทธ์ดับเบิลส์ เช่น return and run, serve and stay และ third shot tactics ที่จะทำให้เกมดีขึ้นทันที ส่วนคำอย่าง Side Out หรือ Server 1 ดูความหมายเพิ่มได้ที่ศัพท์พิคเคิลบอล

เคล็ดลับ Pickleball Gather ไม่แน่ใจว่าตอนนี้คะแนนเท่าไหร่หรือใครควรเสิร์ฟ ให้ถามฝ่ายตรงข้ามได้ก่อนตีเสิร์ฟ และเขามีหน้าที่ต้องตอบตามจริง (Rule 5.C, 6.E.1) ถามก่อนดีกว่าเสิร์ฟผิดคนแล้วต้องมาเถียงกันทีหลังครับ
Rally Scoring ไม่ใช่ระบบมาตรฐาน กติกา 2026 บรรจุ Rally Scoring (ได้แต้มทุก rally, ประกาศ 2 ตัวเลข, ผู้เสิร์ฟ 1 คนต่อรอบ) ไว้เป็นตัวเลือกชั่วคราว (Provisional Rule 14.A) บทความนี้อธิบายระบบมาตรฐานเท่านั้น ส่วน Rally Scoring และ DreamBreaker ของ MLP อธิบายพร้อมตัวอย่างแมตช์จริงในบทความการนับคะแนนพิคเคิลบอล
วิดีโอประกอบ: การนับคะแนน (ภาษาไทย)
Pickleball Easy | การนับคะแนน (คู่)ช่อง Dink A Lot · 2 นาที 9 วินาที · ตัวอย่างการประกาศ 3 ตัวเลขและ 0-0-2 จากการเล่นจริง
เปิดใน YouTube
Pickleball Easy | การนับคะแนน (เดี่ยว)ช่อง Dink A Lot · 1 นาที 51 วินาที · การประกาศ 2 ตัวเลขและตำแหน่งเสิร์ฟ
เปิดใน YouTube

5. Fault คืออะไร? รายการฉบับสมบูรณ์

Fault คือการละเมิดกติกาที่ทำให้ลูกตายและเสีย rally ถ้าฝ่ายเสิร์ฟทำ fault จะเสียสิทธิ์เสิร์ฟ (ส่งต่อให้คู่หูหรือเกิด Side Out) ถ้าฝ่ายรับทำ fault ฝ่ายเสิร์ฟได้ 1 แต้ม fault ที่พบบ่อยจัดกลุ่มได้ดังนี้:

ตอนเสิร์ฟ

  • เท้าผิดตำแหน่ง: เท้าแตะสนามหรือเส้น baseline, แตะพื้นนอกพื้นที่เสิร์ฟ หรือเท้าทั้งสองลอยพ้นพื้น (Rule 7.A)
  • เสิร์ฟผิดท่า: Volley Serve ที่ไม้ไม่ขึ้นเป็นส่วนโค้ง หัวไม้สูงกว่าข้อมือ หรือลูกสูงกว่าเอว (Rule 7.C.5) หรือ Drop Serve ที่ปล่อยลูกโดยส่งแรง (Rule 7.D.6)
  • ลูกเสิร์ฟตกนอกช่องรับ ตกใน Kitchen หรือบนเส้น Kitchen (Rule 7.E.1, 7.E.2)
  • ลูกเสิร์ฟโดนวัตถุถาวรก่อนตก หรือโดนผู้เสิร์ฟหรือคู่หู (Rule 7.E.3, 7.E.4)
  • ตีเสิร์ฟขณะกำลังประกาศคะแนน หรือเสิร์ฟช้าเกิน 10 วินาที (Rule 6.C.1, 6.D.1)

ระหว่าง rally

  • ละเมิด Two-Bounce Rule: วอลเลย์ลูกเสิร์ฟหรือลูกรับก่อนเด้ง (Rule 10.A)
  • ปล่อยให้ลูกเด้งในฝั่งตัวเองสองครั้งก่อนตีกลับ (Rule 10.B.1)
  • ตีลูกออกนอกสนาม หรือลูกไม่ข้ามตาข่าย (Rule 10.C.1, 10.C.2)
  • ลูกโดนตัวผู้เล่นหรือสิ่งที่สวมใส่ ยกเว้นไม้ และมือที่ถือไม้ในส่วนใต้ข้อมือ (Rule 10.C.3)
  • ตีซ้ำแบบไม่ต่อเนื่องทิศทางเดียว หรือผู้เล่นทั้งสองคนในทีมตีลูกเดียวกัน (Rule 10.D)

โซน Kitchen

  • วอลเลย์ขณะแตะ Kitchen หรือเส้น Kitchen, Momentum พาเข้าโซน, และวอลเลย์ก่อนเท้าทั้งสองพ้นโซน (Rule 11.A.1–11.A.3)

ไม้และตาข่าย

  • ใช้หรือถือไม้มากกว่า 1 อันขณะเล่น หรือตีลูกโดยไม่ได้ถือไม้ (Rule 12.A, 12.B)
  • จับหรือพาลูกไปบนหน้าไม้ (catch or carry) (Rule 12.C)
  • ตัวผู้เล่นหรือสิ่งที่สวมใส่แตะตาข่ายหรือเสาตาข่ายขณะลูกยังเล่นอยู่ (Rule 13.G)
  • ล้ำเข้าไปในสนามฝั่งตรงข้าม หรือข้ามระนาบตาข่ายก่อนตีลูก (Rule 13.H, 13.I)
  • ตีลูกใต้ตาข่าย หรือตีลูกผ่านช่องระหว่างตาข่ายกับเสา (Rule 13.D, 13.E)
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ทำบ่อย #2 ลืมกฎ Momentum ของ Kitchen — วอลเลย์แล้วก้าวหรือล้มเข้า Kitchen ตามแรงส่งก็เป็น fault แม้ไม่ได้ตั้งใจและแม้ลูกตายแล้ว (Rule 11.A.2)

ใครเรียก fault ได้บ้าง

  • เรียกของตัวเองและคู่หู — ผู้เล่นควรเรียก fault ของตัวเองหรือคู่หูทันทีที่รู้ตัว (Rule 9.B.2)
  • ฝ่ายตรงข้ามเรียกได้เฉพาะ 2 อย่าง — fault โซน Kitchen และ fault ท่ายืนเสิร์ฟ ต้องเรียกก่อนเสิร์ฟครั้งถัดไป และถ้าสองทีมเห็นไม่ตรงกันให้เล่น rally ใหม่ (Rule 9.B.3)
  • fault อื่นทั้งหมด — บอกคู่แข่งได้หลัง rally จบ แต่ไม่มีอำนาจบังคับ คนที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้ตัดสินเอง (Rule 9.B.4)

Singles vs Doubles: กติกาต่างกันตรงไหน

เกณฑ์ Doubles Singles
การประกาศคะแนน3 ตัวเลข (เช่น 4-2-1)2 ตัวเลข (เช่น 4-2)
คะแนนเริ่มต้นที่ประกาศ0-0-20-0
จำนวน Server ต่อรอบ2 คน (ยกเว้นทีมแรกของเกมที่ได้เสิร์ฟคนเดียว)1 คน
Side Outเมื่อ Server ทั้งสองคนของทีมเสีย rally แล้วเมื่อผู้เสิร์ฟเสีย rally
ตำแหน่งเสิร์ฟStarting Server ขวาเมื่อคะแนนทีมเป็นเลขคู่ ซ้ายเมื่อเป็นเลขคี่ คู่หูอยู่ฝั่งตรงข้าม (Rule 5.B.3)ผู้เสิร์ฟขวาเมื่อคะแนนตัวเองเป็นเลขคู่ ซ้ายเมื่อเป็นเลขคี่ (Rule 5.A.1)
หลังเสิร์ฟได้แต้มผู้เสิร์ฟกับคู่หูสลับฝั่งกันผู้เสิร์ฟย้ายไปเสิร์ฟอีกฝั่ง

ในทางปฏิบัติ Doubles เป็นรูปแบบที่คนส่วนใหญ่เล่น และเป็นรูปแบบที่ออกแบบมาให้สนุกและเหมาะกับผู้เล่นทุกระดับมากกว่า

การเรียกเส้นและมารยาทบนสนาม

ในสนามที่เล่นกันเองไม่มีกรรมการ ผู้เล่นตัดสินกันเอง กติกาจึงวางหลัก “ให้ประโยชน์แก่คู่แข่ง” ไว้ชัดเจน (Rule 8.D):

  • รับผิดชอบเส้นฝั่งตัวเอง — ผู้เล่นเป็นผู้เรียก “out” สำหรับเส้นทุกเส้นฝั่งของตน (Rule 8.A) และเรียก out ได้ก็ต่อเมื่อมองเห็นช่องว่างระหว่างเส้นกับลูกชัดเจนตอนลูกตก (Rule 8.E)
  • ไม่แน่ใจ ให้ถือว่า in — ลูกที่เรียก out ไม่ทันหรือสงสัยต้องถือเป็น in (Rule 8.D)
  • เรียกทันทีและชัดเจน ด้วยเสียงหรือสัญญาณมือ การเรียก out ทำให้ลูกตาย (Rule 8.F)
  • Doubles คู่หูเห็นไม่ตรงกัน — ให้ถือว่า in (Rule 8.H)
  • ถามความเห็นฝ่ายตรงข้ามได้ ก่อนเสิร์ฟครั้งถัดไป ถ้าเขาตอบชัดเจนต้องยึดตามนั้น แต่ห้ามถามผู้ชม (Rule 8.I, 8.J)
  • สัญญาณ “ยังไม่พร้อม” — ยกไม้เหนือหัว ยกมือที่ไม่ได้ถือไม้เหนือหัว หรือหันหลังให้ตาข่ายทั้งตัว ต้องทำก่อนเริ่มประกาศคะแนน (Rule 6.A)
  • Hinder — ลูกอื่นกลิ้งเข้าสนามหรือสิ่งรบกวนที่ไม่ได้เกิดจากผู้เล่น ใครก็เรียกได้ และต้องเล่น rally ใหม่ (Rule 9.C)

กติกา 2026 ที่มือใหม่ควรรู้

USA Pickleball ปรับกติกาทุกปี ฉบับ 2026 มีการแก้ไขหลายจุดที่ผู้เล่นทั่วไปจะรู้สึกได้ (อ้างอิง Change Document ที่เผยแพร่ 17 ธันวาคม 2568 และแก้ไข 30 มกราคม 2569):

  • เลขข้อกติกาเปลี่ยนทั้งฉบับ — เช่น Volley Serve จากเดิม Rule 4.A.7 (ฉบับ 2025) เป็น Rule 7.C ในฉบับ 2026 ถ้าอ่านบทความหรือดูคลิปที่อ้างเลขข้อของปีก่อน เลขจะไม่ตรงกับฉบับปัจจุบัน
  • Volley Serve ต้อง “ชัดเจน” — เพิ่มคำว่า clearly ในเงื่อนไขไม้ขึ้นเป็นส่วนโค้ง หัวไม้ และความสูงระดับเอว (ข้อ 23)
  • ประกาศคะแนนผิด — กติกาแยกกรณีชัดเจนขึ้น (Rule 6.F): หยุดก่อนฝ่ายรับตีลูกกลับ = เล่นใหม่, หยุดผิดหรือช้า = fault ต่อคนที่หยุด (ข้อ 24)
  • ตีซ้ำ (Double Hit) — ตีได้มากกว่าหนึ่งครั้งเฉพาะจังหวะต่อเนื่องทิศทางเดียว และเพิ่มกรณีผู้เล่นสองคนในทีมตีลูกเดียวกันเป็น fault (Rule 10.D, ข้อ 11)
  • เรียกเส้นทันที — เน้นให้เรียก out อย่างทันท่วงที (Rule 8.F, ข้อ 16) และห้ามถามผู้ชม (Rule 8.J, ข้อ 6)

FAQ: คำถามที่ถามบ่อยบนสนาม

ลูกที่ตกบนเส้น baseline เส้นข้าง และเส้นกลาง ถือว่า in เพราะเส้นเหล่านี้เป็นส่วนของสนามและช่องรับ (Rule 3.A.4.f, 8.B) ข้อยกเว้นคือ ลูกเสิร์ฟที่ตกบนเส้น Kitchen ถือว่า out (Rule 8.C) แต่ระหว่าง rally ลูกที่ตีกลับไปตกบนเส้น Kitchen ฝั่งตรงข้ามยังถือว่า in
ได้ทุกเวลาครับ Kitchen ห้ามแค่ "วอลเลย์ขณะแตะโซน" เท่านั้น (Rule 11.A) ยืนอยู่ได้ ตีลูกที่เด้งแล้วได้ และผู้เล่นขั้นสูงมักยืน Kitchen เพื่อตี Dink Shot โต้กันข้ามตาข่าย
ผู้เสิร์ฟต้องประกาศคะแนนให้ครบก่อนตีเสิร์ฟ และการตีเสิร์ฟขณะกำลังประกาศคะแนนเป็น fault (Rule 6.C, 6.C.1) ถ้าประกาศผิดแล้วมีคนหยุด rally ก่อนฝ่ายรับตีลูกกลับ ให้เล่น rally ใหม่ด้วยคะแนนที่ถูกต้อง (6.F.1) แต่ถ้าเพิ่งรู้ว่าผิดหลังจากนั้น ผล rally ยังคงอยู่และต้องแก้คะแนนก่อนเสิร์ฟครั้งถัดไป (6.F.4) ส่วนคนที่หยุด rally ทั้งที่คะแนนถูกอยู่แล้ว หรือหยุดช้าเกินไป จะเป็นฝ่าย fault เอง (6.F.2, 6.F.3)
หมายเลข Server บอกว่าเป็นผู้เสิร์ฟคนที่เท่าไรใน "รอบการเสิร์ฟ" ของทีมนั้น ไม่ได้ติดตัวผู้เล่นตลอดเกม หลัง Side Out ผู้เล่นที่ยืนฝั่งขวาจะเป็น Server 1 และคู่หูเป็น Server 2 (Rule 5.B.2) ยกเว้นทีมที่เริ่มเสิร์ฟก่อนของเกม ซึ่ง Starting Server จะเป็น Server 2 ตั้งแต่แรก จึงประกาศ "0-0-2"
ดีครับ ถ้าลูกแตะตาข่ายแล้วข้ามพ้น Kitchen ไปตกในช่องรับที่ถูกต้อง ให้เล่นต่อทันทีโดยไม่ต้อง replay (Rule 7.E) กติกาปัจจุบันไม่มี let serve แต่ระวังลูกเสิร์ฟที่แตะเสาหรืออุปกรณ์ยึดตาข่าย ซึ่งเป็น fault (Rule 13.B.1)
เกมมาตรฐานเล่นถึง 11 แต้มและต้องนำอย่างน้อย 2 แต้ม (Section 1) รายการแข่งขันบางรายการใช้ 15 หรือ 21 แต้ม แต่ยังต้องชนะห่าง 2 แต้ม ยกเว้นการแข่งแบบทีมที่อนุญาตให้ชนะห่าง 1 แต้ม (Rule 15.C)
ต่างกันครับ Two-Bounce Rule (Rule 10.A) คือกฎที่ลูกเสิร์ฟและลูกรับต้องเด้งอย่างละ 1 ครั้งก่อนตีกลับ ส่วน Double Bounce (Rule 10.B.1) คือกรณีที่ลูกเด้งพื้นฝั่งคุณสองครั้งโดยคุณยังไม่ได้ตีกลับ ซึ่งเป็น fault ต่อคุณ ทั้งสองข้อเป็นคนละกฎกัน
ฝ่ายตรงข้ามเรียก fault ได้เฉพาะ fault ของโซน Kitchen และ fault ท่ายืนเสิร์ฟ (service foot fault) และต้องเรียกก่อนเสิร์ฟครั้งถัดไป (Rule 9.B.3) fault อื่นให้บอกได้หลัง rally จบ แต่ไม่มีอำนาจบังคับ คนที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้ตัดสินเอง (Rule 9.B.4)
Rally Scoring คือระบบที่ทีมที่ชนะ rally ได้แต้มทุกครั้ง ไม่ว่าจะเสิร์ฟหรือรับ กติกา 2026 บรรจุไว้เป็น "ตัวเลือกชั่วคราว (Provisional Rule)" ใน Rule 14.A ประกาศคะแนน 2 ตัวเลข และแต่ละทีมมีผู้เสิร์ฟ 1 คนต่อรอบ ไม่ใช่ระบบมาตรฐาน สนามหรือกลุ่มที่เล่นต้องตกลงกันก่อนเริ่มเกม

สรุปกฎกติกาพิคเคิลบอลฉบับพกพา

กฎ สรุปสั้น Rule (2026)
การเสิร์ฟVolley (ไม้ขึ้นเป็นส่วนโค้ง หัวไม้ไม่สูงกว่าข้อมือ ลูกต่ำกว่าเอว) หรือ Drop · เท้าอยู่หลัง baseline · เฉียงข้าม Kitchen7.A – 7.E
Two-Bounce Ruleลูกเสิร์ฟและลูกรับเด้งอย่างละ 1 ครั้งก่อนตีกลับ10.A
Kitchenยืนได้ วอลเลย์ขณะแตะโซนไม่ได้ · ต้องพ้นโซนทั้งสองเท้าก่อนวอลเลย์11.A
Momentumแรงส่งพาเข้า Kitchen = fault แม้ลูกตายแล้ว11.A.2
คะแนน Doublesเสิร์ฟ–รับ–Server# · เริ่ม 0-0-26.B.2
ตำแหน่งยืน DoublesStarting Server คู่ = ขวา คี่ = ซ้าย · คู่หูตรงข้าม5.B.3
จบเกม11 แต้ม นำห่าง 2 แต้มSection 1
การเรียก faultเรียกของตัวเอง · ฝ่ายตรงข้ามเรียกได้เฉพาะ Kitchen และท่ายืนเสิร์ฟ9.B

กฎทั้งหมดนี้อ้างอิงจาก USA Pickleball Official Rulebook ซึ่งเป็นองค์กรกำกับดูแลกีฬาพิคเคิลบอลในสหรัฐอเมริกา บทความนี้ครอบคลุมกติกามาตรฐานสำหรับการเล่นทั่วไป (standard play) ไม่รวมกติกาเฉพาะสำหรับ wheelchair และ adaptive play (Section 25), mini-singles (Rule 14.B), Rally Scoring (Rule 14.A) และกติกาของการแข่งขันที่ USA Pickleball รับรอง (Part III)

อ่านต่อ: จากกติกาสู่การลงสนามจริง

เอกสารอ้างอิง

เลขข้อกติกาในบทความนี้ตรวจเทียบกับตัวบทฉบับ 2026 เมื่อ 25 กันยายน 2569 เลขข้ออาจเปลี่ยนเมื่อ USA Pickleball ออกฉบับใหม่ (ฉบับ 2025 ใช้เลขข้อคนละชุด)

Leave a Comment

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *